Imagine Dragon

ล้วงลึก! เบื้องหลังเพลงที่ประกอบเป็นสุดยอดอัลบั้ม 'Smoke + Mirrors'

 

 

“หนึ่งในเหตุผลที่เรียกอัลบั้มนี้ว่า ‘Smoke and Mirrors’ ก็เพราะว่าผมเขียนเพลงนี้ระหว่างเดินทางท่องเที่ยว มันเป็นตอนที่ผมรู้สึกว่าทุกอย่างรอบตัว และความเชื่อทั้งหมดสลายไปกับตา เหมือนกับว่าสิ่งที่ผมเคยเชื่อมาตลอดเป็นเพียงควันและภาพลวงตา ไม่ใช่สิ่งที่เป็นรูปธรรม”

- แดน เรย์โนลด์ นักร้องนำวง Imagine Dragons

 

 

ตั้งแต่หนุ่มๆ Imagine Dragons ปล่อยอัลบั้ม Smoke + Mirrors พวกเขาได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างๆถึงที่มาและแรงบันดาลใจของเพลงในอัลบั้ม ซึ่งล้วนมีความลึกซึ้ง มีเบื้องหลังที่น่าสนใจ เมื่อได้ฟังแล้วต้องอยากรู้ว่าคนแต่งเพลงคิดอะไรอยู่ วันนี้เราจึงได้รวบรวมบทสัมภาษณ์ที่เหล่าสมาชิกมังกรเคยพูดถึงเพลงในอัลบั้มนี้มาให้ได้ 'อิน' กันเต็มๆที่นี่!

 

'I Bet My Life' พระเอกมิวสิควิดีโอนี้คือ Dane DeHaan นักแสดงบท Green Goblin จาก The Amazing Spider-Man 2 นั่นเอง และกำกับโดย Jodeb ผู้กำกับชาวแคนาดาที่เคยร่วมงานกับ Zedd ในเพลง Clarity แดนบอกว่า “เนื่องจากเป็นเพลงเปิดอัลบั้ม จึงจำเป็นมากที่จะต้องจับอารมณ์ของเพลงให้ได้ ถึงแม้ว่ามันจะเกี่ยวกับความสัมพันธ์เครียดๆกับพ่อแม่ แต่ Jodeb(ผู้กำกับ)ก็มีวิสัยทัศน์ที่ทรงพลังในการสร้างอารมณ์ของเรื่องราวได้เป็นอย่างดี แล้วเราก็โชคดีมากที่ได้นักแสดงมากความสามรถอย่าง Dane DeHaan มาแสดงให้กับเรา"

 

 

'SHOTS' มิวสิควิดีโอเพลงนี้กำกับโดย Robert Hales ซึ่งเคยทำงานร่วมกับศิลปินชื่อดังอย่าง Alicia Keyes, Jack White, Gnarls Barkley มาก่อน ภาพในมิวสิควิดีโอได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปินเซอร์เรียล Tim Cantor คนเดียวกับที่ออกแบบปกอัลบั้มให้ เพลงนี้สะท้อนถึงความรู้สึกผิดของแดน โดยเขาได้ให้สัมภาษณ์กับ The Indepentdent ว่า “ผมต่อสู้กับความรู้สึกผิดที่ซับซ้อนมาตั้งแต่เด็ก ผมรู้สึกแย่กับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตผม ผมไม่เคยพอใจกับมันเลย ผมเป็น ‘ แกะดำ’ ในครอบครัว สร้างแต่ปัญหา พี่ชายทั้งหมดของผมเป็นหมอและนักกฎหมาย ในขณะที่ผมเรียนแย่ แถมยังนอนกับผู้หญิง"

 

 

'Gold' เป็นเพลงสุดท้ายที่แดนเขียนขึ้นสำหรับอัลบั้มนี้ เขาเผยกับ Billboard Magazine ว่า “ผมกลับบ้านหลังจากทัวร์คอนเสิร์ตเสร็จพร้อมกับความรู้สึกสับสน ผมจึงตัดสินใจหนีไปเที่ยว West Coast สักพัก ระหว่างนั้นได้คิดถึงเรื่องราวต่างๆในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา ถ้าคุณได้ฟังตัวอย่างเพลง จะมีช่วงที่ผมผิวปากกับแล็บท็อปริมมหาสมุทรแปซิฟิค คุณจะได้ยินเสียงคลื่นกระทบฝั่งระหว่างผมอัดเสียง ผมชอบเพลงนี้เพราะมันเป็นช่วงเวลาที่ดีมาก ทุกครั้งที่ได้ยินเพลงนี้ทำให้ผมกลับไปที่จุดๆนั้นอีกครั้ง"

 

 

'Smoke And Mirrors' ความหมายของวลีนี้คือ การปิดบังหรือบิดเบือนความจริง อีกทั้งทำให้เข้าใจผิด แดนให้สัมภาษณ์กับ The Sun ถึงแรงบันดาลใจของเพลงนี้ที่ใช้เป็นชื่ออัลบั้มด้วยว่า “ความรู้สึกผิดในวัยเด็กเป็นสิ่งที่ตามหลอกหลอนผมอยู่ตลอด เพลง Smoke And Mirrors เกี่ยวกับความพยายามที่จะรักตัวเอง และรู้สึกไม่เป็นไรถ้าจะไม่รู้คำตอบของทุกสิ่ง เพราะผมอิจฉาเพื่อนๆที่ดูเหมือนจะปล่อยให้ทุกสิ่งให้ผ่านไปง่ายเหลือเกิน”

 

 

'It comes back to you' แดนมีช่วงเวลาลำบากจากอาการซึมเศร้า และปัญหาความเครียด เขาเขียนเพลงนี้ให้กับแฟนสาว Aja Volkman เพื่อบอกถึงสิ่งที่เขาได้เรียนรู้ระหว่างการบำบัดจิตใจ แฟนสาวขอวงแดนเป็นนักร้องนำวง Nico Vega แดนเปิดเผยถึงอาการผิดปกติด้านความเครียด และประสบการณ์ในการบำบัดกับ The Independent ว่า นั่นทำให้เขาใช้ความคิดสร้างสรรค์ได้ดีขึ้น "มันช่วยให้การเขียนเพลงของผมซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมามากขึ้น ทำให้ผมคิดได้ลึกขึ้น เพราะผมได้เข้าไปสู่ที่ที่ยังไม่เคยไปและบล็อคอยู่ในหัวของผม นักบำบัดไม่ได้บอกอะไรผมเลย เขาแค่ถามคำถามผมเกี่ยวกับสิ่งที่ผมยังไม่ได้ค้นพบ"

 

 

'I’m So Sorry' แดนรู้สึกผิดที่ต้องอยู่ห่างจากครอบครัวระหว่างทัวร์คอนเสิร์ตอัลบั้มแรก 'Night Visions' เขาบอกกับ The Sun ว่าเพลง Blue Rock นี้ได้รับอิทธิพลมาจากความไม่สามารถจะปล่อยสิ่งต่างๆไปได้ "ผมใช้เวลาส่วนใหญ่ทำงาน ทำให้ห่างจากภรรยาและลูก ชีวิตของพวกเราค่อยๆเปลี่ยนตั้งแต่ผมออกอัลบั้มแรก ผมรู้สึกถึงโลกที่กลับหัวได้ระหว่างอัดเพลงนี้”

 

 

'Polaroid' เพลงนี้มีเมโลดี้กุ๊งกิ๊งสไตล์กล่องเพลง เนื้อเพลงพูดถึงการใช้ชีวิตอย่างรวดเร็วเหมือนกับรถไฟขนส่ง "ผมเขียนเพลงนี้ในวันฮัลโลวีนตอนที่ผมเล่น Trick or Treat กับลูกสาว อยู่ๆเมโลดี้เพลงนี้ก็เข้ามาในหัว และผมก็ได้ร้องเมโลดี้นั้นให้ลูกสาวฟัง ก่อนที่เราจะร้องวนไปมาด้วยกัน เพราะเธอก็ชอบดนตรีครับ"

 

แดนให้สัมภาษณ์กับ The Illinois Entertainer "ผมมายืน ณ จุดนี้เมื่อผมเริ่มบำบัด และนี่คือสิ่งที่ผมรู้สึกมาตลอดทั้งชีวิต ไม่เคยมีสักนาทีที่ผมหยุดพัก ผมเหมือนกับรถไฟขนส่งที่พุ่งตรงดิ่ง และผมมาถึงจุดที่ไม่สามารถทำต่อไปได้อีกแล้ว ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยน เพราะจิตใจของผมมันพังไปแล้ว ผมรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับ Imagine Dragons แต่ผมกลับไม่รู้เกี่ยวกับตัวเอง และนี่ก็คือความหมายของเพลงนี้"

 

 

'The Fall' หลังจากแดนรู้ตัวว่ากำลังจะพังเพราะชีวิตที่ยุ่งเหยิงของตัวเอง แดนก็หาทางออกให้ตัวเอง เพลงนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากตัวเขาคนใหม่หลังจากได้ฟื้นฟูสภาพจิตใจ เขาบอกกับ The Illinois Entertainer ว่า "จริงๆมันเป็นเพลงรักให้ภรรยาผม แต่สำหรับผมมันมีอะไรมากกว่านั้น ในท่อนคอรัสที่ร้องว่า 'Do you know you're all I know?' (คุณรู้มั้ยว่าคุณคือทั้งหมดที่ผมรู้) ซึ่งเป็นประโยคธรรมดาสุดๆแต่มีพลังยิ่งใหญ่อยู่ เพราะผมคิดว่า เมื่อจบวันผมก็จะได้เริ่มต้นชีวิตและจิตวิญญาณใหม่อีกครั้ง ดังนั้นผมก็แค่เช็ดมันให้สะอาด และสิ่งแรกที่เข้ามาในใจเมื่อมันสะอาดแล้วคือ ผมรู้ว่าผมรักภรรยา และผมก็รู้ว่าเธอคือเพื่อนที่ดีที่สุด รวมไปถึงลูกสาวตัวน้อยของผม"

 

เขาพูดต่อว่า "นี่เป็นสิ่งที่เขารู้ สำหรับเขานี่เป็นทางออกของอัลบั้ม ซึ่งมันก็คือการที่ผมไม่รู้คำตอบ เหมือนกับผมไม่รู้ว่าศาสนาไหนที่ใช่นั่นแหละ แต่เท่าที่ผมรู้คือ ผมรักภรรยาและลูกของผม ผมอยากเป็นคนดีและซื่อสัตย์ แต่อย่างอื่นผมยังไม่รู้”

 

 

อีกสองเดือนหลังจากนี้แฟนๆชาวไทยจะได้พบกับ Imagine Dragons ที่ประเทศไทยของเราแล้ว! เพราะพวกเขากำลังจะมีคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกในประเทศไทย "Smoke + Mirrors Tour Live in Bangkok" ในวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคมนี้ หากใครยังไม่มีบัตร จองได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขาหรือ www.thaiticketmajor.com